Regional News

GGC จับมือไทยคม หนุนเกษตรกรผลิตปาล์มน้ำมันคาร์บอนต่ำสู่ตลาดโลก

เปิดเวทีด้านความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน กลายเป็นพื้นที่สำคัญที่ผู้นำธุรกิจไทยได้ร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางปรับตัวสู่อนาคต โดย นายกฤษฎา ประเสริฐสุโข กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC ได้ชี้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยครึ่งหลังปี 2568 ว่ายังคงเผชิญทั้งความท้าทายและโอกาสใหม่ ๆ ที่ต้องการการปรับตัวเชิงโครงสร้าง เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน

GGC เป็นผู้ผลิตเคมีภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม โดยมีผลิตภัณฑ์หลัก เช่น ไบโอดีเซล กลีเซอรีน และแฟตตี้แอลกอฮอล์ ซึ่งใช้เป็นวัตถุดิบสำคัญในสินค้าอุปโภคบริโภค ไม่ว่าจะเป็นสบู่ ยาสีฟัน หรือเครื่องสำอาง ทั้งหมดนี้อาศัย ปาล์มน้ำมัน เป็นวัตถุดิบหลัก

บริษัทตระหนักว่าการเดินหน้าสู่เป้าหมาย “เคมีเพื่อสิ่งแวดล้อม” จำเป็นต้องทำงานครอบคลุมทั้งห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่โรงงานไปจนถึงเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันกว่า 400,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ ที่ถือเป็นต้นน้ำของอุตสาหกรรม

หนึ่งในโจทย์ใหญ่ที่ปาล์มน้ำมันไทยต้องเผชิญ คือ กฎระเบียบสินค้าที่ปลอดจากการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR: EU Deforestation Regulation) ของสหภาพยุโรป ซึ่งบังคับให้สินค้าเกษตรหลายชนิด เช่น ปาล์มน้ำมัน โกโก้ กาแฟ ยางพารา และถั่วเหลือง ต้องพิสูจน์ได้ว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำลายป่า

กฎเกณฑ์นี้สร้างภาระด้านการตรวจสอบย้อนกลับ (traceability) ที่สูงมาก โดยเฉพาะต่อเกษตรกรรายย่อยซึ่งขาดทุนทรัพย์และเทคโนโลยีในการปรับตัว ไม่ว่าจะเป็นการเก็บข้อมูลการเจริญเติบโตของต้นปาล์ม การปรับปรุงการใช้ปุ๋ยและน้ำ หรือการคำนวณคาร์บอนเครดิต หากใช้วิธีดั้งเดิมจะสิ้นเปลืองทั้งเวลาและต้นทุน

เพื่อช่วยเกษตรกรปรับตัว GGC ได้ริเริ่มโครงการตั้งแต่ปี 2565 มุ่งสนับสนุนทั้งด้านความรู้การทำเกษตรคาร์บอนต่ำ และการรวมกลุ่มเกษตรกรให้เป็นวิสาหกิจชุมชน ซึ่งปัจจุบันมีต้นแบบแล้ว 6 กลุ่ม พร้อมนำเสนอในระดับนานาชาติ

อย่างไรก็ตาม GGC เล็งเห็นว่าความรู้เพียงอย่างเดียวไม่พอ จึงได้ร่วมมือกับ ไทยคม (Thaicom) นำเทคโนโลยีดาวเทียมเข้ามาช่วยเก็บข้อมูลและประเมินผล โดยเฉพาะโครงการ “Carbon Watch Cow” ที่ช่วยตรวจสอบการเจริญเติบโตของปาล์มน้ำมันและประเมินการปล่อยคาร์บอน เทคโนโลยีนี้ทำให้กระบวนการตรวจสอบย้อนกลับสำหรับ EUDR ง่ายขึ้น รวดเร็วขึ้น และลดต้นทุนได้อย่างมาก

เป้าหมายสูงสุดของการร่วมมือครั้งนี้ คือการช่วยเกษตรกรไทยผลิต ปาล์มน้ำมันคาร์บอนต่ำ ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้อย่างโปร่งใส สอดคล้องกับข้อกำหนดสากล และเปิดโอกาสให้อุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันของไทยก้าวสู่ตลาดโลกด้วยความยั่งยืน

ดังนั้น งาน Sustainability Expo 2025 จึงไม่ได้เป็นเพียงงานแสดงนวัตกรรม แต่คือ เวทีประกาศจุดยืนของไทย ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมด้วยพลังแห่งการปรับตัวและความร่วมมือ เพื่ออนาคตที่มั่นคงและยั่งยืน