World News

อินเดียเร่งเครื่องนำเข้าน้ำมันปาล์มราคาถูกจากโคลอมเบียและกัวเตมาลาเพิ่มขึ้น

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า อินเดียตัดสินใจนำเข้าน้ำมันเรพซีดเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี โดยมีกำหนดส่งมอบในเดือนสิงหาคม 2568 หลังจากราคาในประเทศพุ่งสูงขึ้นทำสถิติสูงสุดในรอบ 3 ปีครึ่ง จนส่งผลให้การนำเข้าเริ่มมีกำไรคุ้มค่า ในขณะที่ผลผลิตเรพซีดในประเทศฤดูกาลใหม่จะยังไม่เข้าสู่ตลาดจนกว่าจะถึงเดือนมีนาคม 2569

น้ำมันเรพซีดจำนวน 6,000 ตันจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีกำหนดจะเดินทางมาถึงท่าเรือ Kandla ในรัฐคุชราตภายในสิ้นเดือนสิงหาคม 2568 โดยปกติแล้วอินเดียมักจะนำเข้าน้ำมันปาล์มจากอินโดนีเซียและมาเลเซีย รวมถึงนำเข้าน้ำมันถั่วเหลืองและน้ำมันทานตะวันจากอาร์เจนตินา บราซิล ยูเครน และรัสเซีย

ในเดือนกรกฎาคม 2568 ราคาน้ำมันเรพซีดในตลาดซื้อขายทันทีพุ่งสูงขึ้นแตะระดับ $1,914.02 ต่อตัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2565 หรือเพิ่มขึ้นถึง 34% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้ผู้ซื้อบางส่วนเริ่มหันไปใช้น้ำมันถั่วเหลืองที่มีราคาถูกกว่าแทนน้ำมันเรพซีด และนั่นคือสาเหตุที่ปริมาณการนำเข้าน้ำมันถั่วเหลืองมายังอินเดียพุ่งสูงขึ้นเช่นกัน

ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ผู้นำเข้าชาวอินเดียตัดสินใจสั่งซื้อน้ำมันปาล์มจากโคลอมเบียและกัวเตมาลา เนื่องจากผู้ผลิตในประเทศดังกล่าวมีปริมาณสต็อกน้ำมันสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก จึงเสนอขายสินค้าพร้อมส่วนลดพิเศษที่ถูกกว่าราคาทั่วไปอย่างมหาศาล

ในปีการผลิต 2566/67 อินเดียนำเข้าน้ำมันปาล์มรวมทั้งสิ้น 9 ล้านตัน โดยส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าจากอินโดนีเซียและมาเลเซียซึ่งเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดของโลก ในขณะที่โคลอมเบียและกัวเตมาลา (ผู้ผลิตอันดับ 4 และ 6 ของโลก) มักจะส่งออกสินค้าไปยังยุโรปและอเมริกาเหนือเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม การเพิ่มกำลังการผลิตในประเทศเหล่านี้รวมถึงแผนการปรับทิศทางโลจิสติกส์เพื่อส่งออกมายังเอเชียมากขึ้น อาจกลายเป็นปัจจัยกดดันต่อราคาน้ำมันปาล์มล่วงหน้าในตลาดมาเลเซียได้

ตัวแทนการค้าในท้องถิ่นระบุว่า น้ำมันปาล์มจากโคลอมเบียและกัวเตมาลาถูกเสนอขายพร้อมส่วนลดมหาศาลในเงื่อนไขราคา FOB เพื่อรับประกันว่าเมื่อสินค้านี้เดินทางถึงท่าเรืออินเดียจะมีราคาสุทธิถูกกว่าการสั่งซื้อจากมาเลเซียและอินโดนีเซีย แม้โดยปกติแล้วผู้ซื้อชาวอินเดียจะให้ความสำคัญกับการขนส่งที่รวดเร็ว แต่เนื่องจากส่วนลดที่ได้รับนั้นสูงมากจึงกลายเป็นปัจจัยตัดสินใจหลัก แม้การขนส่งจากอเมริกาใต้ต้องใช้เวลานานถึง 45 วันก็ตาม โดยน้ำมันปาล์มจากอเมริกาใต้ถูกตั้งราคาให้ต่ำกว่าน้ำมันจากอินโดนีเซียและมาเลเซียถึง 10 ดอลลาร์ต่อตัน ในขณะที่ต้นทุนค่าขนส่งจากอเมริกาใต้อยู่ที่ 90 ดอลลาร์ต่อตัน เทียบกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ 45 ดอลลาร์ต่อตัน ทั้งนี้ เรือสินค้าจะเริ่มทำการบรรทุกและจะเดินทางถึงท่าเรือ Kandla ในรัฐคุชราตช่วงเดือนตุลาคม

ปัจจุบัน ราคาน้ำมันปาล์มดิบในอินเดียที่เสนอขายสำหรับการส่งมอบในเดือนตุลาคม 2568 อยู่ที่ 1,165 ดอลลาร์ต่อตัน (ราคา CIF รวมค่าระวางเรือและประกันภัยแล้ว)ในขณะที่น้ำมันทานตะวันเสนอขายอยู่ที่ระดับ 1,230-1,240 ดอลลาร์ต่อตัน (CIF) ภูมิภาคลาตินอเมริกามีปริมาณการผลิตน้ำมันปาล์มรวม 5 ล้านตันต่อปี โดยครึ่งหนึ่งของจำนวนนี้ผลิตเพื่อการส่งออก ดังนั้น การส่งออกไปยังอินเดียจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นยอดการส่งออกให้พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความต้องการน้ำมันปาล์มในอินเดียกำลังขยายตัวเพิ่มขึ้นก่อนจะเข้าสู่ช่วงเทศกาล

เทศกาลเฉลิมฉลองของอินเดียจะเริ่มต้นขึ้นในเดือนกันยายน ซึ่งเป็นช่วงที่ความต้องการน้ำมันบริโภคสำหรับทำขนมหวานและอาหารทอดพุ่งสูงขึ้น ก่อนจะเริ่มลดลงอีกครั้งในช่วงเดือนฤดูหนาว ด้วยเหตุนี้ บรรดาผู้ส่งออกจึงพยายามเร่งเพิ่มปริมาณการจัดส่งสินค้าไปยังอินเดียด้วยการปรับลดราคาลง ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดน้ำมันพืชโลกในช่วงฤดูกาลนี้