World News

ไนจีเรียเปิดตัวกรอบการตรวจสอบย้อนกลับน้ำมันปาล์มแห่งชาติ มุ่งลดต้นทุนนำเข้ากว่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

ในการเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มที่เคยรุ่งเรืองของไนจีเรีย รัฐบาลกลางร่วมกับ Solidaridad Nigeria ได้เปิดตัว กรอบการตรวจสอบย้อนกลับน้ำมันปาล์มแห่งชาติ (National Palm Oil Traceability Framework) พร้อมจัดตั้ง คณะกรรมการระหว่างหน่วยงาน (Inter-Agency Committee) เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงาน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุนนำเข้าน้ำมันปาล์มซึ่งสูงถึง 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี

โครงการนี้ซึ่งเปิดตัวที่กรุงอาบูจา ถือเป็นจุดเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์ในการยกระดับภาคอุตสาหกรรมและฟื้นฟูบทบาทของไนจีเรีย ในฐานะผู้ผลิตน้ำมันปาล์มชั้นนำของโลก

ภายในงานเปิดตัวที่กรุงอาบูจา ปลัดกระทรวงเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร ดร. Marcus Ogunbiyi กล่าวแทนวุฒิสมาชิก Abubakar Kyari รัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ โดยระบุว่า กรอบการตรวจสอบย้อนกลับน้ำมันปาล์มแห่งชาติ เป็นก้าวสำคัญในการนำไนจีเรียกลับสู่ความรุ่งเรืองในอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มระดับโลก

“ในปีพ.ศ. 2503–2512 ไนจีเรียเคยครองสัดส่วนการผลิตน้ำมันปาล์มในตลาดโลกมากกว่า 40% แต่ปัจจุบัน ส่วนแบ่งลดลงเหลือไม่ถึง 2% ด้วยปริมาณการผลิตเพียง 1.4 ล้านเมตริกตัน ขณะที่ความต้องการภายในประเทศสูงกว่า 2 ล้านเมตริกตันต่อปี ช่องว่างนี้ทำให้เราต้องเสียเงินนำเข้ากว่า 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี” ดร. Ogunbiyi กล่าว

กรอบฯ ที่พัฒนาร่วมกับ Solidaridad Nigeria นี้ได้สร้างระบบตรวจสอบย้อนกลับแบบครบวงจร (Comprehensive Traceability System) เพื่อรับประกันว่า น้ำมันปาล์มที่ผลิตในประเทศทั้งหมดจะเป็นไปตามมาตรฐานสูงสุดด้านคุณภาพ การจัดหาวัตถุดิบอย่างมีจริยธรรม และความโปร่งใส

“การตรวจสอบย้อนกลับคือภาษาของยุคปัจจุบันและอนาคต ผู้บริโภคและตลาดต้องการรู้ที่มาของสินค้า ว่าผลิตจากแหล่งใดและตรงตามมาตรฐานด้านจริยธรรม สุขภาพ และสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ในเกษตรยุคหน้าการตรวจสอบย้อนกลับจะไม่ใช่ทางเลือก แต่จะเป็น ‘ใบเบิกทางสู่ความสำเร็จ’ สินค้าที่ไม่มีเรื่องราวหรือแหล่งที่มาชัดเจน จะเป็นสินค้าที่ไม่มีตลาดรองรับ” ดร. Ogunbiyi เน้นย้ำ

จากข้อมูลของ Solidaridad Nigeria กรอบการตรวจสอบย้อนกลับนี้ จะช่วยปิดช่องว่างในการจัดการภายในประเทศ และเพิ่มประสิทธิภาพที่มากขึ้นทั้งภาคอุตสาหกรรม

“การที่เราไม่สามารถติดตามแหล่งผลิตน้ำมันปาล์มไปยังฟาร์มหรือโรงสกัดเฉพาะเจาะจง จะเป็นการจำกัดประสิทธิภาพการผลิตของเรา ด้วยระบบตรวจสอบย้อนกลับที่เข้มแข็ง เราจะเห็นประสิทธิภาพที่สูงขึ้นทั้งในด้านการผลิต การแปรรูป และการทำตลาด ซึ่งจะช่วยให้ไนจีเรียสามารถแข่งขันในเวทีโลกและลดการนำเข้าได้อย่างมีนัยสำคัญ” กล่าวโดย Kene Onukwube ผู้จัดการโครงการที่ Solidaridad Nigeria

Solidaridad Nigeria ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากเนเธอร์แลนด์และสหราชอาณาจักร ได้ทดลองระบบตรวจสอบย้อนกลับน้ำมันปาล์มใน 4 รัฐของไนจีเรีย ได้แก่ อักวา อิบอม, ครอส ริเวอร์, เอนูกู และ โคกี

โครงการนำร่องเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า สามารถติดตามน้ำมันปาล์มตั้งแต่ฟาร์มขนาดเล็ก ผ่านโรงสกัด ไปจนถึงตลาดส่งออก ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นไปได้และผลกระทบเชิงบวกของการนำระบบตรวจสอบย้อนกลับไปใช้ในทั้งอุตสาหกรรม

กรอบการตรวจสอบฯ นี้สอดคล้องกับนโยบายเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตรแห่งชาติ (พ.ศ. 2565–2570) และ วาระพัฒนาเศรษฐกิจ Renewed Hope Agenda ของประธานาธิบดี Bola Tinubu ซึ่งให้ความสำคัญกับเกษตรกรรมเป็นหัวใจสำคัญของการกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจและความเจริญรุ่งเรืองในชนบท

คณะกรรมการระหว่างหน่วยงานที่เพิ่งจัดตั้งขึ้น จะทำหน้าที่กำกับการดำเนินงาน แก้ไขปัญหาทางเทคนิค และประสานงานด้านนโยบายระหว่างหน่วยงานของรัฐบาลกลางและรัฐ

ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเชื่อว่า โครงการนี้ไม่เพียงเพิ่มความปลอดภัยของอาหารและความโปร่งใสเท่านั้น แต่ยังดึงดูดการลงทุนในภาคการผลิตน้ำมันปาล์มแบบอัจฉริยะต่อสภาพภูมิอากาศ (Climate-Smart) ซึ่งเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร และเสริมศักยภาพการแข่งขันของไนจีเรียในตลาดภูมิภาคและตลาดโลก

ด้วยกรอบการตรวจสอบย้อนกลับน้ำมันปาล์มแห่งชาตินี้ ไนจีเรียกำลังเตรียมพร้อม เพื่อทวงคืนตำแหน่งผู้ผลิตน้ำมันปาล์มชั้นนำของโลกอีกครั้ง