Regional News

อินโดนีเซียประกาศปี 2569 เป็นปีแห่งการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมอินโดนีเซีย Agus Gumiwang Kartasasmita กล่าวเปิดการประชุมการทำงานของกระทรวงอุตสาหกรรม ณ กรุงจาการ์ตา เขาเน้นย้ำว่า เป้าหมายด้านความพึ่งพาตนเองทางอุตสาหกรรม เศรษฐกิจ และยุทธศาสตร์ของปี 2569 ได้รับการกำหนดในระดับที่สูงขึ้น ส่งผลให้ทุกโครงการต้องมีผลผลิตที่ชัดเจน ตัวชี้วัดที่สามารถวัดผลได้ และแผนปฏิบัติการที่เป็นรูปธรรม

เขากล่าวว่า “ปี 2569 เป็นปีแห่งการแก้ไขปัญหา การกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน และการพิสูจน์ว่ากระทรวงอุตสาหกรรมมีศักยภาพในการเป็นกลไกหลักขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจของประเทศ”

ในฐานะส่วนหนึ่งของมาตรการนี้ ภาครัฐให้ความสำคัญกับภาคเกษตรอุตสาหกรรม โดยมุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมปลายน้ำเชิงลึก ภายใต้กรอบความมั่นคงทางอาหาร ความมั่นคงด้านพลังงาน และการเสริมสร้างฐานวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์



รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม Agus Gumiwang Kartasasmita กล่าวในที่ประชุมของกระทรวงอุตสาหกรรม ณ กรุงจาการ์ตา เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 (ANTARA/HO-Ministry of Industry)



สำหรับสินค้าโภคภัณฑ์ปาล์มน้ำมัน รัฐมนตรีได้สั่งการให้จัดตั้งระบบดำเนินงานด้านการตรวจสอบย้อนกลับ (traceability) จัดทำแผนที่ความพร้อมของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันแห่งชาติในรูปแบบคลัสเตอร์ (Cluster-based) หรือ การจัดกลุ่มอุตสาหกรรม จัดทำแผนที่ความเสี่ยงด้านอุปทานเพื่อรองรับความต้องการภายในประเทศ รวมถึงพัฒนาระบบแดชบอร์ดรายเดือน (monthly dashboard) เพื่อติดตามวัตถุดิบไบโอดีเซล การจัดสรรโครงการ และราคาน้ำมันปาล์มดิบ

ในอุตสาหกรรมเคมี เภสัชภัณฑ์ และสิ่งทอ มาตรการเร่งรัดจะมุ่งแก้ไขปัญหาการนำเข้า เสริมสร้างการจ้างงาน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านพลังงาน







สำหรับภาคอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม จะมีการจัดตั้ง “war room” เพื่อคุ้มครองตลาดภายในประเทศ โดยมีการรายงานผลรายสัปดาห์ ควบคู่กับโครงการปรับปรุงเครื่องจักรอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งรวมถึงมาตรการด้านเงินทุน สิทธิประโยชน์ และเป้าหมายการเพิ่มผลิตภาพ

ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและเคมีพื้นฐาน โครงการต้นน้ำถูกกำหนดให้เป็นโครงการเชิงยุทธศาสตร์ที่ต้องประสบความสำเร็จ เพื่อยุติภาวะขาดดุล โดยจะมีการติดตามความคืบหน้าผ่านแดชบอร์ดรายสัปดาห์

ภาคอุตสาหกรรมยาได้รับมอบหมายให้จัดทำบัญชีรายชื่อสารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรมที่สำคัญ จัดทำแผนงานทดแทนการนำเข้า และดำเนินโครงการวัตถุดิบเชิงยุทธศาสตร์อย่างเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ รัฐมนตรียังผลักดันการเร่งเปลี่ยนผ่านภาคอุตสาหกรรมโลหะ เครื่องจักร อุปกรณ์ขนส่ง และอิเล็กทรอนิกส์ จากการเป็นเพียงฐานตลาด สู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตและเทคโนโลยี

ในอุตสาหกรรมยานยนต์ มาตรการเร่งรัดประกอบด้วยการจัดทำแผนที่ชิ้นส่วนสำคัญ การกำหนดโครงการทดแทนการนำเข้าที่อิงการลงทุน การผลักดันการลงทุนในชิ้นส่วนยุทธศาสตร์ และการจัดทำแผนพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอนสำหรับสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ ในยานยนต์ไฟฟ้า

สำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductors) กระทรวงมีแผนเสริมความแข็งแกร่งให้ศูนย์ออกแบบและการศึกษาไอซี (IC Design and Education Center: ICDEC) เป็นสถาบันหลักระดับชาติด้านการออกแบบชิป จัดทำแผนพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติแบบบูรณาการ และเตรียมพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมเฉพาะสำหรับคลัสเตอร์อิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์

ขณะเดียวกัน ภาคอุตสาหกรรมโลหะและเครื่องจักรจะมุ่งเน้นโครงการทดแทนการนำเข้าเครื่องจักรอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญเป็นลำดับแรก ส่วนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ได้รับมอบหมายให้ทำให้ตลาดภายในประเทศเป็นฐานเริ่มต้นของการผลิตในประเทศ ไม่ใช่เป็นแหล่งระบายสินค้านำเข้า

เพื่อให้การผลักดันโครงการนี้ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทุกโครงการสำคัญต้องมีระบบควบคุมที่ชัดเจน รวมถึงการกำหนดหมุดหมายผู้รับผิดชอบหลัก และตัวชี้วัดผลการดำเนินงานที่สามารถวัดผลได้