จากไบโอดีเซลสู่ SAF: GGC ต่อยอดปาล์มน้ำมันไทยผลักดัน B100 สู่พลังงานสะอาดมูลค่าสูง
บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC เดินหน้ายกระดับธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการต่อยอดน้ำมันไบโอดีเซล (B100) สู่การพัฒนาเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ควบคู่กับการเร่งขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง (High Value Products: HVP) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน รองรับทิศทางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานรวมถึงความต้องการผลิตภัณฑ์คาร์บอนต่ำของตลาดโลก
ดร.กฤษฎา ประเสริฐสุโข กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลบอลกรีนเคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GGC กล่าวว่า GGC มุ่งยกระดับธุรกิจด้วยการสร้างสมดุลระหว่างการเติบโตและความยั่งยืนผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจ การขยายการเติบโตสู่ผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง และ การบูรณาการความยั่งยืนเข้ากับการดำเนินธุรกิจในทุกมิติ เพื่อสร้างการเติบโตที่มั่นคงในระยะยาว
หนึ่งในทิศทางสำคัญของ GGC คือการต่อยอดศักยภาพของน้ำมันไบโอดีเซล (B100) สู่การพัฒนาเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ชีวภาพไปสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง (High Value Products: HVP) ที่ตอบโจทย์การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และเป้าหมาย การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของภาคการบิน ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ทั่วโลกให้ความสำคัญและ มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง
“การดำเนินการดังกล่าว จะเกิดขึ้นได้อย่างเป็นรูปธรรม ต้องอาศัยรากฐานที่แข็งแกร่ง ทั้งด้านวัตถุดิบ เทคโนโลยี นโยบาย และความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และประเทศในภูมิภาคอาเซียน บริษัทฯ พร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนทั้งในประเทศและในระดับภูมิภาค เพื่อผลักดันการพัฒนานวัตกรรม และกลไกด้านนโยบายที่เอื้อต่อการใช้เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน โดยประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนมีศักยภาพด้านวัตถุดิบชีวภาพ โดยเฉพาะ “น้ำมันปาล์ม” ซึ่งสามารถต่อยอดสู่การผลิต SAF เพื่อรองรับการใช้ของสายการบินในภูมิภาค ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาคการบิน สร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพยากรชีวภาพของประเทศในระยะยาว”
ขณะเดียวกันบริษัทฯ เดินหน้า ขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง จากฐานธุรกิจเดิม ได้แก่ ไบโอดีเซล แฟตตี้แอลกอฮอล์ และกลีเซอรีน สู่ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงและสอดคล้องกับเมกะเทรนด์ด้านความยั่งยืนของโลก

จากการดำเนินกลยุทธ์ดังกล่าว GGC เชื่อว่าจะส่งผลให้เกิดการดำเนินงานของบริษัทฯ บรรลุเป้าหมายด้านการเงินและการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในปี 2573 และมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2593 สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม
เพื่อรองรับการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง GGC ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับห่วงโซ่อุปทานปาล์มน้ำมันของประเทศ ผ่านแนวคิด “สูตร 4-20-25” ที่มุ่งเพิ่มผลผลิตปาล์มเป็น 4 ตันต่อไร่ ยกระดับอัตราการสกัดน้ำมันเป็น 20% เพื่อเป้าหมายลดต้นทุนไบโอดีเซลสู่ระดับ 25 บาทต่อลิตร โดย GGC จะร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษาวิจัย และกลุ่มเกษตรกร เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ นวัตกรรม และเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมตลอดห่วงโซ่อุปทานโดยเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันไทย และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพของประเทศอย่างยั่งยืน
